ส่งเสริมการอ่าน
Silent Killer
📅 2026-08-30
👍 0
🔁 0
💬 0
โรคความดันโลหิตสูงมักถูกขนานนามว่าเป็น "ฆาตกรเงียบ" (Silent Killer) เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ในระยะแรกมักจะไม่มีสัญญาณเตือนหรืออาการแสดงใดๆ เลย ทำให้หลายคนชะล่าใจและใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งที่หลอดเลือดและอวัยวะภายในกำลังถูกทำลายทีละน้อยกว่าจะรู้ตัวก็มักจะสายเกินไปเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ผลกระทบที่น่ากลัวเมื่อปล่อยให้ความดันสูงเรื้อรัง
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): แรงดันเลือดที่สูงอย่างต่อเนื่องทำให้ผนังหลอดเลือดในสมองเปราะและเสื่อมสภาพ จนอาจเกิดภาวะ "หลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก" ส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตกะทันหัน
โรคหัวใจและหลอดเลือด: หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดต้านแรงดัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น นำไปสู่ภาวะหัวใจโต หัวใจล้มเหลว หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
โรคไตเรื้อรัง: ไตมีหน้าที่กรองของเสียผ่านหลอดเลือดฝอยจำนวนมาก เมื่อความดันโลหิตสูงทำลายหลอดเลือดฝอยเหล่านี้ ไตจะเสื่อมประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังและต้องฟอกไตในที่สุด
ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว: ความดันที่สูงทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหาย เกิดคราบไขมันและพลาค (Plaque) เกาะสะสมได้ง่าย ทำให้หลอดเลือดตีบแคบและสูญเสียความยืดหยุ่นทั่วร่างกาย
ความเสื่อมของดวงตา (Retinopathy): หลอดเลือดฝอยที่จอประสาทตาอาจแตกหรือตีบตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงไม่พอ ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัว หรืออาจถึงขั้นตาบอดได้
แนวทางรับมือและการป้องกัน
ตรวจวัดความดันสม่ำเสมอ: อย่ารอให้มีอาการ ควรวัดความดันโลหิตเป็นประจำ (ค่าปกติโดยทั่วไปควรน้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท)
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ: ลดการบริโภคอาหารรสเค็มจัดและโซเดียมสูง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงความเครียด
พบแพทย์เพื่อติดตามอาการ: สำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงแล้ว ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด แม้จะรู้สึกว่าร่างกายปกติไม่มีอาการผิดปกติก็ตาม
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว