ส่งเสริมการอ่าน
ผู้ป่วยโรคไตเสื่อม การเลือกทานผักต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
📅 2026-09-01
👍 0
🔁 0
💬 0
สำหรับผู้ป่วยโรคไตเสื่อม การเลือกทานผักต้องใส่ใจเป็นพิเศษเรื่อง "ปริมาณโพแทสเซียม (Potassium) และฟอสฟอรัส (Phosphorus)" เป็นหลักครับ เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป
ผักที่ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมควรเลือกทาน แบ่งตามกลุ่มความปลอดภัยได้ดังนี้
1. กลุ่มผักที่มีโพแทสเซียม "ต่ำ" (ทานได้ดีและปลอดภัย)
ผักกลุ่มนี้มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำ ไตสามารถขับออกได้ง่าย ไม่ทำให้เกิด
ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจ
ฟักเขียวและแฟง: มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ และมีโพแทสเซียมต่ำมาก
บวบ (บวบเหลี่ยม/บวบทาน้ำ): ย่อยง่าย โพแทสเซียมต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต
มะเขือยาวและมะเขือเปราะ: เลือกทานในปริมาณที่พอเหมาะ โพแทสเซียมค่อนข้างต่ำ
ถั่วงอก: เป็นผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ สามารถนำมาลวกใส่ก๋วยเตี๋ยวหรือผัดได้
กะหล่ำปลี (ต้มสุก): แม้กะหล่ำปลีดิบจะมีโพแทสเซียมปานกลาง แต่หากนำมาผ่านความร้อนหรือต้มสุก โพแทสเซียมจะละลายออกไปกับน้ำได้บางส่วน ทำให้ทานได้ปลอดภัยขึ้น
เห็ดหูหนูขาว: มีโพแทสเซียมต่ำกว่าเห็ดชนิดอื่น นิยมนำมาทำแกงจืด
2. กลุ่มผักที่ควร "หลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ" (โพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูง)
ผักเหล่านี้มีปริมาณแร่ธาตุสูง หากไตเสื่อมแล้วจะขับออกได้ไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมในเลือด
ผักใบเขียวเข้มจัด: เช่น ผักโขม ปวยเล้ง คะน้า ใบยอ และผักบุ้ง (มีโพแทสเซียมสูงมาก)
ผักตระกูลถั่วและเมล็ดพืช: เช่น ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว และธัญพืชต่างๆ (มีทั้งโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูง)
หน่อไม้และหัวหอมใหญ่: มีปริมาณโพแทสเซียมสูง ควรหลีกเลี่ยง
ฟักทองและแครอท: แม้จะมีวิตามินสูง แต่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีโพแทสเซียมปานกลางถึงสูง ผู้ป่วยโรคไตระยะท้ายๆ ควรงดหรือจำกัดปริมาณอย่างเคร่งครัด
เคล็ดลับการเตรียมผักสำหรับผู้ป่วยโรคไต
การลวกหรือต้มทิ้งน้ำ: สำหรับผักที่มีโพแทสเซียมปานกลาง การหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด จากนั้น "เทน้ำต้มทิ้ง" (ไม่นำน้ำซุปนั้นมาทำอาหารต่อ) จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมลงไปได้บางส่วน
หลีกเลี่ยงผักดิบ: ควรทานผักที่ปรุงสุกด้วยความร้อน เพื่อความปลอดภัยและช่วยลดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร
ทั้งนี้ ปริมาณการทานผักอาจต้องปรับเปลี่ยนตามระยะของโรคไต (ระยะที่ 1-2 ยังพอทานได้หลากหลาย แต่ระยะที่ 3-5 ต้องจำกัดเข้มงวด) แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารประจำตัวร่วมด้วย