← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
สูตรน้ำมะเขือเทศ
📅 2026-09-01 👍 0 🔁 0 💬 0
การทำน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการบำรุงต่อมลูกหมาก หัวใจสำคัญอยู่ที่ "ความร้อน" เพราะความร้อนจะช่วยสลายผนังเซลล์ของมะเขือเทศ ทำให้ร่างกายดูดซึมสาร "ไลโคปีน" (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเติบโตของเซลล์ต่อมลูกหมากโตได้ดีกว่าการกินแบบสดๆ ครับนี่คือสูตรและวิธีทำน้ำมะเขือเทศต้มสุกแบบง่ายที่สามารถทำดื่มเองได้ที่บ้านสูตรน้ำมะเขือเทศต้มสุก (สูตรบำรุงต่อมลูกหมาก) วัตถุดิบ: มะเขือเทศสีดาหรือมะเขือเทศเนื้อสุกแดง (เลือกผลที่สุกจัดๆ จะมีไลโคปีนสูง) ประมาณ 200 - 300 กรัมน้ำเปล่าสะอาด (สำหรับต้ม) เกลือป่นเล็กน้อย (ใส่เพื่อตัดรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น หรือจะไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ)เคล็ดลับ: การหยดน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันรำข้าวลงไปเล็กน้อยขณะปั่นหรือเคี่ยว จะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารไลโคปีนให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากไลโคปีนเป็นสารที่ละลายได้ดีในไขมันวิธีทำ: เตรียมมะเขือเทศ: ล้างทำความสะอาดมะเขือเทศให้เรียบร้อย จากนั้นกรีดเปลือกด้านนอกเป็นรูปกากบาทตื้นๆ ที่บริเวณก้นผล เพื่อให้ปอกเปลือกออกได้ง่ายหลังโดนความร้อน ผ่านความร้อน: นำมะเขือเทศไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 5 - 10 นาที หรือจนกว่าเปลือกจะเริ่มปริและหลุดล่อนออกมา จากนั้นตักขึ้นมาแช่ในน้ำเย็นจัด ปอกเปลือกและปั่น: ลอกเปลือกออก (ถ้าต้องการความเนียน สามารถคว้านเอาเมล็ดออกบางส่วนได้ แต่ในเมล็ดก็มีสารอาหารและใยอาหาร สามารถใช้ร่วมกันได้) หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำใส่เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เคี่ยวซ้ำ (เพิ่มไลโคปีน): นำเนื้อที่ปั่นแล้วไปตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวต่ออีกประมาณ 15 - 20 นาที หมั่นคนไม่ให้ก้นหม้อไหม้ ขั้นตอนนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณและความพร้อมของสารไลโคปีนที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ดีขึ้น พักให้เย็น: ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท สามารถกรอกใส่ขวดเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นดื่มได้ คำแนะนำในการดื่ม:ปริมาณที่เหมาะสม: แนะนำให้ดื่มวันละประมาณ 1 แก้ว (หรือประมาณ 200 ซีซีต่อวัน) หลังมื้ออาหาร ไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไปติดต่อกันทุกวันในปริมาณมหาศาล เพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับโพแทสเซียมหรือแคโรทีนอยด์มากเกินไป (อาจทำให้ผิวออกเหลืองชั่วคราวได้) ทางเลือกอื่น: หากไม่มีเวลาทำเอง สามารถเลือกซื้อน้ำมะเขือเทศกล่องสำเร็จรูปสูตรโซเดียมต่ำ (Low Sodium) ตามท้องตลาดได้เช่นกัน แต่ควรตรวจสอบปริมาณโซเดียมไม่ให้สูงจนเกินไปเพื่อสุขภาพที่ดีต่อไต
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว