ส่งเสริมการอ่าน
เตือนภัยและข้อควรระวังสำคัญสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์
📅 2026-09-01
👍 0
🔁 0
💬 0
เตือนภัยและข้อควรระวังสำคัญสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ มิจฉาชีพมักใช้กลยุทธ์ "ซ้ำเติมเหยื่อ" หรือที่เรียกว่า Recovery Scam (แก๊งอ้างช่วยตามเงินคืน) ซึ่งมีพฤติกรรมและรูปแบบที่ต้องระวังดังนี้ครับ
รูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพกลุ่มนี้
สวมรอยเป็นหน่วยงานรัฐหรือผู้เชี่ยวชาญ: แอบอ้างว่าเป็นตำรวจไซเบอร์, เจ้าหน้าที่ DSI, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ทนายความอาสา, หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้คืนสินทรัพย์ดิจิทัล/เงินข้ามชาติ
สร้างหลักฐานปลอม: ส่งเอกสารราชการปลอม บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ปลอม หรือรีวิวจากหน้าม้าที่อ้างว่าเคยได้เงินคืนจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
อ้างว่าพบเบาะแสเงิน: แจ้งเหยื่อว่าพบเส้นทางการเงินที่ถูกโอนไปแล้ว กำลังอายัดไว้ได้ หรือสามารถเจรจากับต่างประเทศเพื่อดึงเงินกลับมาได้สำเร็จ
เรียกร้อง "ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า": อ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าทนาย ค่าดำเนินการ ค่าภาษี หรือต้องโอนเงินสำรองเพื่อเป็นหลักประกันในการเบิกเงินคืน (เช่น บอกว่าเงินติดอยู่ในระบบ ต้องโอนเงินเข้าไปปลดล็อกอีก 10% ถึงจะถอนเงินทั้งหมดคืนได้)
ข้อเท็จจริง: หน่วยงานราชการและธนาคารแท้จริง ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินล่วงหน้า หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ เพื่อแลกกับการติดตามเส้นเงินหรือช่วยเหลือเหยื่อคดีออนไลน์
แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อต้องการติดตามเงินคืน
แจ้งความผ่านช่องทางทางการเท่านั้น:
แจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โทรปรึกษาหรือแจ้งเหตุสายด่วน 1441 หรือศูนย์ AOC (Anti Online Scam Center) โทร 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อธนาคารต้นทางและปลายทางทันที: แจ้งอายัดบัญชีคนร้ายผ่านคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารที่คุณใช้โอนเงิน และขอคำแนะนำเรื่องขั้นตอนการอายัดบัญชีตามกฎหมาย
เก็บหลักฐานทั้งหมด: รวบรวมสลิปการโอนเงิน แชทการสนทนา หน้าจอโปรไฟล์ของมิจฉาชีพ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี
หากมีใครติดต่อมาบอกว่าสามารถช่วยตามเงินคืนได้โดยมีเงื่อนไขต้องโอนเงินไปก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็น มิจฉาชีพ และตัดการติดต่อทันที