← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
ที่ดินของรัฐที่สาธารณประโยชน์และที่วัดต่างกันตรงไหน
📅 2026-09-03 👍 0 🔁 0 💬 0
ที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน และ ที่วัด เป็นที่ดินของรัฐหรือที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ประเภทพิเศษที่มีกฎหมายควบคุมและมีสถานะทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ ที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน: สถานะทางกฎหมาย: เป็นที่ดินของรัฐประเภทหนึ่งที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันร่วมกัน (เช่น ที่เลี้ยงสัตว์, ที่หนองน้ำสาธารณะ, ที่ป่าช้าสาธารณะ) กรรมสิทธิ์: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือเป็น "ทรัพย์สินของแผ่นดินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ" (เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน) การได้มาและการสิ้นสภาพ: รัฐจัดไว้ให้พลเมืองใช้ร่วมกัน หรือประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาแต่เดิม การจะทำให้ที่ดินประเภทนี้สิ้นสภาพความเป็นสาธารณประโยชน์ได้ ต้องตราเป็น "พระราชกฤษฎีกาเพิกถอน" เท่านั้น ห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้กับรัฐ และห้ามโอนกรรมสิทธิ์เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะ ที่วัด (ที่ธรณีสงฆ์และที่ศาสนสถาน): สถานะทางกฎหมาย: เป็นที่ดินที่ใช้ตั้งวัด หรือที่ดินที่เป็นสมบัติของวัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กรรมสิทธิ์: ตัวที่ดินของวัดถือเป็น "นิติบุคคล" และเป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา มีสถานะเป็นทรัพย์สินที่ใช้เพื่อกิจการทางศาสนาโดยเฉพาะ (แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ที่วัด สำหรับสร้างเสนาสนะ และ ที่ธรณีสงฆ์ ที่ได้มาจากการถวายเพื่อหาผลประโยชน์มาบำรุงวัด) การควบคุมและคุ้มครอง: มีกฎหมายคุ้มครองเข้มงวดตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ การจำหน่าย จ่าย โอน หรือนำที่ดินวัดไปทำนิติกรรมใดๆ (เช่น การเช่า หรือเวนคืน) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคมตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และ ที่ดินวัดไม่สามารถถูกยึดหรือบังคับคดีได้ รวมทั้งห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้เพื่อแย่งกรรมสิทธิ์เช่นกัน สรุปคือ ที่สาธารณประโยชน์ คือที่ดินที่รัฐจัดให้ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกันร่วมกันโดยตรง ส่วน ที่วัด คือที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดเพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจและกิจการของพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว