← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
"น้ำลดแล้ว แต่เท้ายังเปื่อย คัน ลอกไม่หาย?"
📅 2026-10-08 👍 0 🔁 0 💬 0
"น้ำลดแล้ว แต่เท้ายังเปื่อย คัน ลอกไม่หาย?" มีรายละเอียดและข้อมูลสำคัญสรุปได้ดังนี้ครับ:โรคผิวหนังที่พบบ่อยช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด:อ้างอิงจาก นพ.ประวิตร พิศาลบุตร เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 392 ระบุว่า โรคผิวหนังที่พบ่อยที่สุดคือ "น้ำกัดเท้า" และ "เชื้อราที่เท้า" ซึ่งสองโรคนี้มักมาคู่กัน ทำไมถึงเป็นพร้อมกันได้:เท้าที่แช่น้ำนานๆ ผิวจะเปื่อยยุ่ย เชื้อโรคในน้ำสกปรกจึงเข้าทางรอยเปื่อยได้ง่าย ส่วนคนที่มีเชื้อราที่เท้าอยู่ก่อนแล้ว ผิวที่ลอกเปื่อยอยู่เดิมยิ่งทำให้น้ำกัดเท้าง่ายขึ้น กลับกัน การยำน้ำจนเท้าชื้นและทิ้งวันก็ทำให้เชื้อราที่อับชื้นขยายตัวจนเกิดโรคได้เช่นกัน ข้อควรระวังสำคัญ:เชื้อราลามไปขาหนีบได้: เชื้อราที่เท้าติดต่อไปที่ขาหนีบหรือ "สังคัง" ได้ตอนสวมกางเกงใน ทำให้คันมาก ช่วงนี้ควรเลี่ยงกางเกงเนื้อหนาอย่างยีนส์ที่แห้งยาก แผลจากการยำน้ำ อย่าลืมเรื่องบาดทะยัก: ถ้าเดินยำน้ำแล้วเกิดแผลสกปรก มีโอกาสติดเชื้อบาดทะยักซึ่งอันตรายถึงชีวิต อาจต้องฉีดวัคซีนป้องกัน ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมิน ก่อนซื้อยาทาเชื้อรา ควรรู้ไว้:ยาทาเชื้อราอาจต้องทาต่อเนื่องนานเป็นเดือน ยาบางตัว เช่น ขี้ผึ้งวิทฟิลด์ ทำให้ผิวลอกมาก ถ้าใช้ตอนที่น้ำกัดเท้ายังเปื่อยอยู่ อาจยิ่งแสบและถลอกหนักขึ้น ถ้าทาแล้วไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะอาจต้องเปลี่ยนเป็นยาทิน ซึ่งบางตัวเป็นอันตรายต่อตับ หากมีอาการเฉพาะตัวหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร trướcใช้งานนะ
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว