← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 455/2569
📅 2026-10-29 👍 0 🔁 0 💬 0
คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 455/2569 (ความผิดฐานกระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่น+ทรัพย์สินเสียหาย กับความผิดฐานหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือฯ (ฐานชนแล้วหนี) เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างกระทงกัน ตามมาตรา 91 ป.อ.) บุคคลซ้ายบนนายไพรทูรย์ พรมานอก ครูรักษาการ ผอ.สกกร.ระดับอำเภอบัวลาย 1. ข้อเท็จจริงจำเลยขับรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย แล้วหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือ และแสดงตัว พร้อมทั้งแจ้งเหตุต่อตำรวจที่ใกล้เคียงทันที ซึ่งเป็นการกระทำหลังเกิดเหตุเป็นการกระทำที่แยกต่างหากจากการกระทำโดยประมาท จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างกระทงกัน 2. ข้อกฎหมายและเหตุผลความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นความผิดสำเร็จแล้ว การหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อตำรวจ เป็นการกระทำโดยเจตนาต่างหากจากการโดยประมาท มาตรา 160 วรรคสอง เป็นเพียงบทเพิ่มโทษ ไม่ใช่บทหนักหรือหลดกรรจ์ จึงไม่ทำให้เป็นความผิดกรรมเดียว ตามมาตรา 90 ป.อ. ศาลจึงเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งได้ ตามมาตรา 160 วรรคสอง 3. คำพิพากษาศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เป็นความผิดต่างกรรมต่างกระทงกัน ตามมาตรา 91 ป.อ." เพราะมาตรา 160 วรรคสอง ไม่ได้กำหนดระวางโทษไว้ และไม่มีเงื่อนไขเป็นบทหนักหรือหลดกรรจ์ จึงไม่ทำให้การกระทำเป็นกรรมเดียว 4. สรุปง่าย ๆกระทำโดยประมาท = ความผิดสำเร็จแล้ว หลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือ = ความผิดอีกกระทงหนึ่ง ต่างกรรมต่างกระทง ไม่ใช่ความผิดกรรมเดียว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยผิด จึงไม่ชอบ กฎหมายคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว