ส่งเสริมการอ่าน
เรากำลังเลี้ยงลูกให้เก่งหรือเลี้ยงลูกให้พร้อมใช้ชีวิต
📅 2026-03-23
👍 0
🔁 0
💬 0
‘ม่อน’ เด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่ง พ่อแม่พามาพบแพทย์ด้วยเรื่องความเครียด
.
ม่อนเป็นเด็กเรียนเก่งมาตั้งแต่เล็ก และสามารถชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ แต่สุดท้ายเขาต้องกลับประเทศไทยก่อนกำหนด เพราะมีปัญหาในการปรับตัวและเข้ากับเพื่อนไม่ได้
ที่ผ่านมา ชีวิตของม่อนมีแต่เรื่องเรียน เขาไม่มีเพื่อนสนิท เพราะมัวแต่เคร่งเครียดกับการแข่งขันทางการเรียนอยู่ตลอดเวลา
.
“ผมเคยคิดว่า ไม่มีเพื่อนก็ได้ เพราะเวลากลับบ้านก็มีพ่อแม่ที่รักผม โดยเฉพาะเวลาที่ผมทำคะแนนได้ดี พ่อแม่จะดีใจมาก
ผมคิดแต่ว่าจะเรียนให้ได้ที่ 1 เด็กดีก็ต้องเรียนเก่ง พ่อแม่ผมบอกอย่างนั้นตั้งแต่จำความได้
ถ้าเรียนเก่ง เราก็จะชนะทุกคน โตขึ้นก็จะมีงานดีๆ มีเงินมากๆ แล้วก็มีความสุข
ผมไม่เคยต้องทำอะไรเอง แม่บอกว่าให้ตั้งใจเรียน ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น”
.
ม่อนไม่เคยต้องทำงานบ้านหรือช่วยพ่อแม่ทำอะไรเลย แม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวที่ควรรับผิดชอบเอง เช่น ถอดถุงเท้าแล้วเอาไปใส่ตะกร้า เขาก็ไม่เคยต้องเสียเวลาทำ เพราะมีคนทำให้ทั้งหมด
จนเมื่อถึงวันที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนในหอพัก ไม่มีพ่อแม่คอยดูแลหรือทำทุกอย่างให้เหมือนที่ผ่านมา ม่อนจึงไปไม่เป็น
เมื่อจำเป็นต้องดูแลตัวเอง ต้องอยู่ร่วมกับเพื่อน ต้องช่วยงานส่วนรวม หรือจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เขาจึงติดขัดไปหมด
ความเครียดจากการปรับตัวค่อยๆ สะสม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ที่นั่น
สุดท้าย เด็กมีอาการเครียดมาก ขาดสมาธิ และผลการเรียนก็ตกลง
.
การศึกษาไทยในยุคนี้ เด็กๆ เรียนหนักกันมาก การบ้านก็เยอะ รายงานทั้งกลุ่มและเดี่ยวก็มีมากมาย การสอบก็ถี่
ทำให้เด็กยุคนี้มีความเครียดกับการเรียนสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ
.
พ่อแม่บางคนจึงถามหมอว่า
“คุณหมอ ยุคนี้เด็กๆ เรียนหนักมาก แม่เห็นลูกแล้วสงสาร เลยให้เขาเรียนอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลย แบบนี้พอไหม”
.
การเรียนและคะแนนสอบอาจเป็นเรื่องสำคัญ คะแนนที่ดีอาจช่วยให้เราไปถึงเป้าหมาย มีโอกาสได้เรียนต่อหรือมีอาชีพที่ตั้งใจ
แต่ในความเป็นจริง
“การใช้ชีวิต” ต้องอาศัยคุณสมบัติอีกมากมายที่จำเป็น
และหลายอย่าง ไม่ได้มีสอนในห้องเรียน
.
นอกจากม่อนแล้ว ยังมีเด็กอีกหลายคนที่เรียนอย่างเดียว แต่กลับไม่มีความสุข เพราะขาดทักษะชีวิต
ดังนั้น หมอคิดว่า “การเรียน” กับ “การใช้ชีวิต” ต้องเติบโตไปด้วยกัน
.
เด็กที่เรียนอย่างเดียว โดยไม่เคยได้รับการปลูกฝังคุณสมบัติด้านอื่นๆ เลย
เมื่อโตขึ้นและถึงเวลาที่ต้องจัดการอะไรด้วยตัวเอง เรื่องธรรมดาๆ สำหรับคนอื่น อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา เพราะเคยชินกับการมีคนทำให้มาตลอด
.
ยิ่งเมื่ออยู่ในสังคมที่แข่งขันสูง และการประสบความสำเร็จทางการเรียนกลายเป็นเป้าหมายหลัก
สิ่งที่อาจตามมาได้คือ การคิดถึงแต่ตัวเองมากขึ้น ความมีน้ำใจต่อคนรอบข้างลดลง อยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่เป็น และชีวิตขาดการเชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัว
.
ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นนั้น ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากตำราเรียนเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องเกิดจากการ “ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น“ ผ่านปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง ไม่เพียงกับพ่อแม่ แต่รวมถึงเพื่อนและผู้คนในสังคมเดียวกัน
เพราะชีวิตของคนเราไม่ได้มีแค่การเรียน
โดยเฉพาะการปลูกฝังทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต เพื่อเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาจะดูแลตัวเองได้
พึ่งพาตัวเองได้
เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเขาไปตลอดชีวิต
.
ทุกอย่างต้องมี “สมดุล” การทำอะไรสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง มักไม่เป็นผลดีต่อคนคนนั้น
เรื่องการเรียนและเรื่องการใช้ชีวิตก็เช่นเดียวกัน
.
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่พาลูกไปได้ไกลในชีวิต
อาจไม่ใช่แค่ความเก่ง แต่คือความสามารถในการปรับตัวและใช้ชีวิต
.
ที่มาข้อมูล : เข็นเด็กขึ้นภูเขา
ภาพ : ห้องสมุดประชาชนอำเภอขามทะเลสอ