ส่งเสริมการอ่าน
ปลา (Fish) คือ สัตว์น้ำที่มีกระดูกสันหลัง หายใจด้วยเหงือก มีครีบใช้ในการเคลื่อนไหว มนุษย์เรานำมาทำเป็นวัตถุดิบอาหารกันนานแล้ว เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ สามารถรับประทานได้ทุกเพศ วัย รวมทั้งผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก โดยสิ่งมีชีวิตนี้มีหลายประเภทอยู่ทั้งในแม่น้ำ
📅 2026-05-20
👍 0
🔁 0
💬 0
ปลา (Fish) คือ สัตว์น้ำที่มีกระดูกสันหลัง หายใจด้วยเหงือก มีครีบใช้ในการเคลื่อนไหว มนุษย์เรานำมาทำเป็นวัตถุดิบอาหารกันนานแล้ว เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ สามารถรับประทานได้ทุกเพศ วัย รวมทั้งผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก โดยสิ่งมีชีวิตนี้มีหลายประเภทอยู่ทั้งในแม่น้ำหรือทะเล หาได้ง่ายตามตลาดทั่วไป ราคาถูกไปจนถึงแพงมาก หากต้องการประหยัดควรเลือกบริโภคตามชนิดที่เกิดขึ้นแต่ละฤดูกาล ซื้อในปริมาณที่พอดี รวมทั้งให้เหมาะสมกับกรรมวิธีอีกด้วย
คุณค่าทางโภชนาการของปลา
โปรตีน
• มีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของทารกและวัยเด็ก
ไขมัน
• ประกอบไปด้วยไขมันดี รวมทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในโลหิต
วิตามินเอ
• สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย สร้างความชุ่มชื้นในดวงตา ลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสายตาผิดปกติ
วิตามินบี 1 และ 2
มีส่วนช่วยในระบบการทำงานของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น
• ประสาท
• หัวใจ
• ทางเดินอาหาร
• บำรุงสายตา
หากขาดสารตัวนี้ไป จะทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น
• แขน ขาชา
• กล้ามเนื้ออ่อนแรง
• ผิวหนังไม่เปล่งปลั่ง
• ปากนกกระจอก
• เยื่อบุตาอักเสบ
แคลเซียม ฟอสฟอรัส
• ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยเฉพาะปลาตัวเล็ก ๆ
เหล็ก
• บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง
ไอโอดีน
• หนึ่งในส่วนประกอบของไทร็อกซิน ที่ควบคุมการเจริญเติบโตและระบบเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะถ้าเด็กได้รับสารนี้ไม่เพียงพอจะส่งผลถึงพัฒนาการของสมองด้านระดับสติปัญญา
การเลือกปลาเพื่อนำมาเป็นอาหาร
กลิ่น
• ไม่เหม็นหรือแมลงวันตอม มีกลิ่นของน้ำทะเล ดินโคลน
ตา
• ใส ไม่ขุ่น ตื้นออกจากเบ้า
เหงือก
• สีแดงสด ชมพูปนเทา เปิดอ้าง่าย
เนื้อลำตัว
• เกล็ดมีความลื่น เงา
• เมื่อลองกดดูต้องไม่เป็นรอยลึกตามนิ้วลงไป
• บริเวณครีบต้องไร้แผล จุดขาวจ้ำ เพราะอาจเป็นเชื้อรา
อันตรายจากการรับประทานปลาที่ไม่สุก
โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นแบบสุก ๆ ดิบ ๆ โดยนำเนื้อปลามาก้อย ลาบ แปรรูปเป็นปลาร้า ซึ่งจะมีพยาธิ 2 ชนิด คือ ใบไม้ตับและตัวจี๊ด รวมทั้งตัวอ่อนหรือไข่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้
• คัน บวมแดง ตามร่างกาย
• ท้องอืด เฟ้อ แน่น จุกเสียด
• อาหารไม่ย่อย
• อุจจาระร่วง
• ผิวหนังและตาจะเหลือง คล้ายผู้ป่วยโรคตับ
• ตาบอด
• สมองอักเสบ
รับประทานปลาอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ
• นำเครื่องในออก ถอดเกล็ด แล้วทำความสะอาดก่อนนำไปประกอบอาหาร
• ปรุงสุกอย่างทั่วถึง ความร้อนจะทำลายเชื้อโรคและพยาธิ
• บริโภคในปริมาณที่เหมาะสม
• เลือกรับประทานให้หลากหลายชนิด
• หลีกเลี่ยงปลาที่ทำการแปรรูป หรือกรรมวิธีทอดที่ต้องใช้นำมันเยอะ ๆ
• หากนำไปปิ้ง ย่าง เผา ควรตัดชิ้นส่วนที่ไหม้ออก
• เคี้ยวให้ละเอียดระวังก้างหรือส่วนแข็งติดคอ
สมัยโบราณสามารถจับปลาได้ตามแม่น้ำลำคลอง แต่ในยุคปัจจุบันที่เป็นอุตสาหกรรม มลพิษทำให้ปลามีจำนวนน้อยลง จึงต้องมาเพาะเลี้ยงเองในบ่อ ให้อาหารที่เสริมกรดไขมันโอเมก้า 3 กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะปลาดุก นิล ช่อน กะพง ทับทิม ทั้งนี้ผู้ที่เหม็นคาวปลา รับประทานไม่ได้ เปลี่ยนไปรับโปรตีนจากแหล่งอื่นได้ เช่น ถั่ว นม งา ไข่ เป็นต้น
ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลเพชรเวช
ภาพ : ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองบุญมาก