← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
ทุเรียนหมอนทอง ที่ดี ควรเป็นอย่างไร เมื่อพูดถึงพันธุ์ทุเรียนไทยจะมีชื่อคุ้นหูมาไม่กี่พันธุ์ เช่น ทุเรียนหมอนทอง, ทุเรียนชะนี, ทุเรียนป่าละอู แต่ทราบหรือไม่ว่ามีทุเรียนไทยกว่า 600 สายพันธุ์ แต่ที่หลายคนคงคุ้นหูกันมากที่สุด ก็คงจะเป็น “ทุเรียนหมอนทอง จากจัง
📅 2026-06-10 👍 0 🔁 0 💬 0
ทุเรียนหมอนทอง ที่ดี ควรเป็นอย่างไร เมื่อพูดถึงพันธุ์ทุเรียนไทยจะมีชื่อคุ้นหูมาไม่กี่พันธุ์ เช่น ทุเรียนหมอนทอง, ทุเรียนชะนี, ทุเรียนป่าละอู แต่ทราบหรือไม่ว่ามีทุเรียนไทยกว่า 600 สายพันธุ์ แต่ที่หลายคนคงคุ้นหูกันมากที่สุด ก็คงจะเป็น “ทุเรียนหมอนทอง จากจังหวัดจันทบุรี” เพราะอะไรทำไมต้องเป็นทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยมจากจันทบุรี มีความพิเศษอย่างไร แอดจะมาเล่าให้ฟัง 4 องค์ประกอบที่ดี ในการปลูกทุเรียน หลายท่านคงรู้ว่า ทุเรียนเป็นพืชชนิดนึง ซึ่งการที่พืชจะเจริญเติบโตได้ดีนั้น จะมีองค์ประกอบหลักๆอยู่ 4 ส่วน มีดังนี้ น้ำ หรือ Water ดิน หรือ Soil สภาพภูมิอากาศ หรือ Climate ความรู้ของผู้ปลูก หรือ Expertise “ทุเรียนดีที่หลายคนไม่รู้จัก” หรือ ทุเรียนหมอนทอง จากจังหวัดกาญจนบุรี นั้นมีจุดเด่นอะไรบ้างมาดูกัน • การเพาะปลูกไร้สารเคมี เพราะใช้ถุง non woven material ที่พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัศดุแห่งชาติคลุมลูก เพื่อกันแมลงและศัตรูพืช จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการกำจัด • ได้รับมาตราฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GI (Geographical Indications) รองรับคุณภาพจากกรมการเกษตร • ดินที่ใช้ปลูกเป็นดินปากภูเขาไฟที่ดับแล้ว จึงทำให้มีแร่ธาตุสารอาหารของพืชเยอะ (สวนหวานอยู่ปิล๊อก ทองผาภูมิ กาญจนบุรี) • นํ้าที่ใช้เป็นต้นนํ้าจากแม่น้ำธรรมชาติที่มีความสะอาด ไม่ผ่านการปล่อยของเสียจากบ้านเรือนและโรงงาน (สวนอยู่ติดเขื่อนเขาแหลมค่ะ) • ทุเรียนกลิ่นอ่อน แม้สุกแล้วยังสามารถไว้ในห้องแอร์โดยไม่ส่งกลิ่นรบกวน • คุณศุภวัฒน์ มุรินทร์ เป็นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในวงการ เป็นเกษตรกรตัวอย่างในการปลูกทุเรียนคุณภาพของนิตยสารเคหะการเกษตร • ทุเรียนที่สวนตัดแก่ที่เปอร์เซ็นต์แป้ง 37% ซึ่งเป็นระดับที่ทุเรียนสุกจะให้ความหวานธรรมชาติ ไม่มการป้ายยาเพื่อให้สุก • ทุเรียนทองผาภูมิได้ชนะการประกวดระดับโลกมาแล้ว อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ สวนออแกนิค จากจังหวัดจันทบุรี ทุเรียนหมอนทองสายออแกนิค จากจังหวัดจันทบุรี ของ aDay Fresh นั้นมีจุดเด่นอะไรบ้างมาดูกัน • ได้รับมาตราฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GI (Geographical Indications) ที่เป็นมาตราฐานของการไม่ใช้สารเคมี และ ภูมิศาสตร์ในการเพาะปลูก • การควบคุมระดับน้ำ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก ถ้าน้ำเยอะเกินไป จะทำให้ ไส้ซึม (เนื้อจะไม่อร่อย และ เนื้อจะเละ) น้ำน้อยเกินไปก็ไม่ดีเพราะทุเรียนจะร่วงหรือหล่นจากต้นก่อนอายุการเก็บเกี่ยวได้ • ทุเรียนกลิ่นอ่อน แม้สุกแล้วยังสามารถไว้ในห้องแอร์โดยไม่ส่งกลิ่นรบกวน • เนื้อจะเนียนเป็นพิเศษ เมื่อลูปที่เนื้อจะสัมผัสได้ถึงความเนียนที่ไม่เหมือนใคร • สีจะมีความเหลืองที่ผ่อง มากกว่าสีเหลืองทั่วๆไป วิธีการดูเนื้อทุเรียน คำถามจากคนหลายคนว่า เวลาจะเลือกซื้อเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทุเรียนลูกนี้สุก ห่าม หรือ เป็นทุเรียนอ่อน หรือ ทุเรียนแก่ได้อย่างไร ซึ่งวันนี้เรามีวิธีเช็คง่ายๆดังนี้ ทุเรียนอ่อน-แก่ • สังเกตก้านผล จะมีสีเข้มและจะมีความแข็ง สากมือ เมื่อจับก้านผลขึ้นมาจะไม่หลุดออกจากผล และเมื่อแกว่งจะรู้สึกว่าที่ก้านจะเป็นสปริงมากยิ่งขึ้น • สังเกตหนาม ปลายหนามจะแห้ง มีสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะของหนามจะไม่ชิดติดกันมาก • สังเกตรอยแยกระหว่างพู ผลทุเรียนที่แก่จัดจะสังเกตเห็นรอยแยกสีน้ำตาลบนร่องพูอย่างชัดเจน ยกเว้นบางพันธุ์ที่พูปรากฏไม่เด่นชัด เช่น พันธุ์ก้านยาว • การชิมปลิง ผลทุเรียนแก่จัด เมื่อตัดขั้วผลหรือปลิงออกจะพบน้ำใส ซึ่งไม่ข้นเหนียวเหมือนในทุเรียนอ่อน และเมื่อชิมดูจะมีรสหวาน • การเคาะเปลือกหรือกรีดหนาม เมื่อเคาะเปลือกผลทุเรียนที่แก่จัดจะมีเสียงดังหลวมๆ เสียงหนักหรือเบาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุ์และอายุของต้นทุเรียน สำหรับทุเรียนอ่อน จะเป็นตรงข้ามกันเกือบทั้งหมดเช่น ปลายหนามไม่คม ร่องพูลึกสีเขียวเข้มตัดกับหนามสีน้ำตาลอย่างเห็นได้ชัด และถ้าระหว่างร่องหนามมีสีขาวเริ่มให้เห็น นั่นแสดงว่า เนื้อด้านล่มเละใกล้เน่า เนื่องจากความชื้นของลูกทุเรียนอ่อน ทยอยออกมาทำให้เละและเน่าตามมา เนื้อทุเรียนกรอบนอกนุ่มใน-ห่าม-นิ่ม สำหรับท่านที่เลือกซื้อทุเรียนที่ขายเป็นแพ็คปลอกมาให้แล้ว วิธีการเลือกซื้อนั้นจะมีจุดสังเกตอยู่ 4 อย่างนั้นคือ 1. สีของเนื้อทุเรียน 2. ความแข็งของเนื้อทุเรียนเมื่อแตะดู (ในกรณีที่เช็คได้) 3. กลิ่นของทุเรียน 4. น้ำจากเนื้อของทุเรียน 1. ประโยชน์ของทุเรียน จากที่กล่าวมาในเรื่องของที่มาในเรื่องของ ประวัติความเป็นมา วิธีการเลือกดู วิธีการปลอก จนถึงรสชาติแล้วที่ขาดไม่ได้นั้นคือ ข้อดี-ข้อเสียของทุเรียนนั้นมีอะไรบ้าง และ คุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันเราปฎิเสธไม่ได้ว่า “คนไทยรักสุขภาพกันมากขึ้น” เพราะฉะนั้นมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ข้อดี • สามารถฆ่าเชื้อในร่างกายได้ เพราะในทุเรียนมีกำมะถันเปรียบเสมือนยาฆ่าเชื้อในร่างกาย • เป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง ควรกินแค่พอประมาณร่างกายก็จะได้รับไขมันดีที่เป็นประโยชน์ • ช่วยเผาผลาญไขมันได้ เป็นผลไม้ที่กินแล้วทำให้ร่างกายเกิดความร้อนข้างใน จึงเป็นผลไม้ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน • ที่มีเนื้อดิบ มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้ • มีโพแทสเซียมสูง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ข้อเสีย หรือ ข้อความระวัง สำหรับข้อเสียนั้นจะมีผลกระทบกับโรคในบางชนิด ดังนี้ • โรคเบาหวาน • หอบหืด ความดันสูง • โรคหัวใจ • โรคไต เนื่องจากในทุเรียนมีกำมะถันสูงและทุเรียนเป็นผลไม้ที่กินเข้าไปแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย อาจจะทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน หากกินเข้าไปแล้วจะทำให้โรคที่เป็นอยู่จากเบาจะกลายเป็นหนักอาจจถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือถึงแก่ชีวิตได้ นวัตกรรม Zero waste ของเปลือกทุเรียน • เปลือกทุเรียนสามารถนำไปผลิตเป็น พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) หรือพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) • มจธ.ปั้นนวัตกรรมจาก ถ่านเปลือกทุเรียน ดูดซับและกำจัดก๊าซอันตรายในบ้านได้ • เปลือกทุเรียนรีไซเคิลเป็น พลาสเตอร์ยา โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางของสิงคโปร์ (NTU) • น้ำยาซักฟอกจากเปลือกทุเรียน เป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่น่าทึ่งของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เห็นไหมว่า เปลือกทุเรียนนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ซึ่งในอนาคตอันใกล้นั้น เทคโนโลยีก็จะมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นอีกมากมาย
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว