ส่งเสริมการอ่าน
ทุเรียนหมอนทอง ที่ดี ควรเป็นอย่างไร เมื่อพูดถึงพันธุ์ทุเรียนไทยจะมีชื่อคุ้นหูมาไม่กี่พันธุ์ เช่น ทุเรียนหมอนทอง, ทุเรียนชะนี, ทุเรียนป่าละอู แต่ทราบหรือไม่ว่ามีทุเรียนไทยกว่า 600 สายพันธุ์ แต่ที่หลายคนคงคุ้นหูกันมากที่สุด ก็คงจะเป็น “ทุเรียนหมอนทอง จากจัง
📅 2026-06-10
👍 0
🔁 0
💬 0
ทุเรียนหมอนทอง ที่ดี ควรเป็นอย่างไร
เมื่อพูดถึงพันธุ์ทุเรียนไทยจะมีชื่อคุ้นหูมาไม่กี่พันธุ์ เช่น ทุเรียนหมอนทอง, ทุเรียนชะนี, ทุเรียนป่าละอู แต่ทราบหรือไม่ว่ามีทุเรียนไทยกว่า 600 สายพันธุ์ แต่ที่หลายคนคงคุ้นหูกันมากที่สุด ก็คงจะเป็น “ทุเรียนหมอนทอง จากจังหวัดจันทบุรี” เพราะอะไรทำไมต้องเป็นทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยมจากจันทบุรี มีความพิเศษอย่างไร แอดจะมาเล่าให้ฟัง
4 องค์ประกอบที่ดี ในการปลูกทุเรียน
หลายท่านคงรู้ว่า ทุเรียนเป็นพืชชนิดนึง ซึ่งการที่พืชจะเจริญเติบโตได้ดีนั้น จะมีองค์ประกอบหลักๆอยู่ 4 ส่วน มีดังนี้
น้ำ หรือ Water
ดิน หรือ Soil
สภาพภูมิอากาศ หรือ Climate
ความรู้ของผู้ปลูก หรือ Expertise
“ทุเรียนดีที่หลายคนไม่รู้จัก” หรือ ทุเรียนหมอนทอง จากจังหวัดกาญจนบุรี นั้นมีจุดเด่นอะไรบ้างมาดูกัน
• การเพาะปลูกไร้สารเคมี เพราะใช้ถุง non woven material ที่พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัศดุแห่งชาติคลุมลูก เพื่อกันแมลงและศัตรูพืช จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการกำจัด
• ได้รับมาตราฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GI (Geographical Indications) รองรับคุณภาพจากกรมการเกษตร
• ดินที่ใช้ปลูกเป็นดินปากภูเขาไฟที่ดับแล้ว จึงทำให้มีแร่ธาตุสารอาหารของพืชเยอะ (สวนหวานอยู่ปิล๊อก ทองผาภูมิ กาญจนบุรี)
• นํ้าที่ใช้เป็นต้นนํ้าจากแม่น้ำธรรมชาติที่มีความสะอาด ไม่ผ่านการปล่อยของเสียจากบ้านเรือนและโรงงาน (สวนอยู่ติดเขื่อนเขาแหลมค่ะ)
• ทุเรียนกลิ่นอ่อน แม้สุกแล้วยังสามารถไว้ในห้องแอร์โดยไม่ส่งกลิ่นรบกวน
• คุณศุภวัฒน์ มุรินทร์ เป็นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในวงการ เป็นเกษตรกรตัวอย่างในการปลูกทุเรียนคุณภาพของนิตยสารเคหะการเกษตร
• ทุเรียนที่สวนตัดแก่ที่เปอร์เซ็นต์แป้ง 37% ซึ่งเป็นระดับที่ทุเรียนสุกจะให้ความหวานธรรมชาติ ไม่มการป้ายยาเพื่อให้สุก
• ทุเรียนทองผาภูมิได้ชนะการประกวดระดับโลกมาแล้ว
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
สวนออแกนิค จากจังหวัดจันทบุรี
ทุเรียนหมอนทองสายออแกนิค จากจังหวัดจันทบุรี ของ aDay Fresh นั้นมีจุดเด่นอะไรบ้างมาดูกัน
• ได้รับมาตราฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และ GI (Geographical Indications) ที่เป็นมาตราฐานของการไม่ใช้สารเคมี และ ภูมิศาสตร์ในการเพาะปลูก
• การควบคุมระดับน้ำ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก ถ้าน้ำเยอะเกินไป จะทำให้ ไส้ซึม (เนื้อจะไม่อร่อย และ เนื้อจะเละ) น้ำน้อยเกินไปก็ไม่ดีเพราะทุเรียนจะร่วงหรือหล่นจากต้นก่อนอายุการเก็บเกี่ยวได้
• ทุเรียนกลิ่นอ่อน แม้สุกแล้วยังสามารถไว้ในห้องแอร์โดยไม่ส่งกลิ่นรบกวน
• เนื้อจะเนียนเป็นพิเศษ เมื่อลูปที่เนื้อจะสัมผัสได้ถึงความเนียนที่ไม่เหมือนใคร
• สีจะมีความเหลืองที่ผ่อง มากกว่าสีเหลืองทั่วๆไป
วิธีการดูเนื้อทุเรียน
คำถามจากคนหลายคนว่า เวลาจะเลือกซื้อเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทุเรียนลูกนี้สุก ห่าม หรือ เป็นทุเรียนอ่อน หรือ ทุเรียนแก่ได้อย่างไร ซึ่งวันนี้เรามีวิธีเช็คง่ายๆดังนี้
ทุเรียนอ่อน-แก่
• สังเกตก้านผล จะมีสีเข้มและจะมีความแข็ง สากมือ เมื่อจับก้านผลขึ้นมาจะไม่หลุดออกจากผล และเมื่อแกว่งจะรู้สึกว่าที่ก้านจะเป็นสปริงมากยิ่งขึ้น
• สังเกตหนาม ปลายหนามจะแห้ง มีสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะของหนามจะไม่ชิดติดกันมาก
• สังเกตรอยแยกระหว่างพู ผลทุเรียนที่แก่จัดจะสังเกตเห็นรอยแยกสีน้ำตาลบนร่องพูอย่างชัดเจน ยกเว้นบางพันธุ์ที่พูปรากฏไม่เด่นชัด เช่น พันธุ์ก้านยาว
• การชิมปลิง ผลทุเรียนแก่จัด เมื่อตัดขั้วผลหรือปลิงออกจะพบน้ำใส ซึ่งไม่ข้นเหนียวเหมือนในทุเรียนอ่อน และเมื่อชิมดูจะมีรสหวาน
• การเคาะเปลือกหรือกรีดหนาม เมื่อเคาะเปลือกผลทุเรียนที่แก่จัดจะมีเสียงดังหลวมๆ เสียงหนักหรือเบาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพันธุ์และอายุของต้นทุเรียน
สำหรับทุเรียนอ่อน จะเป็นตรงข้ามกันเกือบทั้งหมดเช่น ปลายหนามไม่คม ร่องพูลึกสีเขียวเข้มตัดกับหนามสีน้ำตาลอย่างเห็นได้ชัด และถ้าระหว่างร่องหนามมีสีขาวเริ่มให้เห็น นั่นแสดงว่า เนื้อด้านล่มเละใกล้เน่า เนื่องจากความชื้นของลูกทุเรียนอ่อน ทยอยออกมาทำให้เละและเน่าตามมา
เนื้อทุเรียนกรอบนอกนุ่มใน-ห่าม-นิ่ม
สำหรับท่านที่เลือกซื้อทุเรียนที่ขายเป็นแพ็คปลอกมาให้แล้ว วิธีการเลือกซื้อนั้นจะมีจุดสังเกตอยู่ 4 อย่างนั้นคือ
1. สีของเนื้อทุเรียน
2. ความแข็งของเนื้อทุเรียนเมื่อแตะดู (ในกรณีที่เช็คได้)
3. กลิ่นของทุเรียน
4. น้ำจากเนื้อของทุเรียน
1.
ประโยชน์ของทุเรียน
จากที่กล่าวมาในเรื่องของที่มาในเรื่องของ ประวัติความเป็นมา วิธีการเลือกดู วิธีการปลอก จนถึงรสชาติแล้วที่ขาดไม่ได้นั้นคือ ข้อดี-ข้อเสียของทุเรียนนั้นมีอะไรบ้าง และ คุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันเราปฎิเสธไม่ได้ว่า “คนไทยรักสุขภาพกันมากขึ้น” เพราะฉะนั้นมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
ข้อดี
• สามารถฆ่าเชื้อในร่างกายได้ เพราะในทุเรียนมีกำมะถันเปรียบเสมือนยาฆ่าเชื้อในร่างกาย
• เป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง ควรกินแค่พอประมาณร่างกายก็จะได้รับไขมันดีที่เป็นประโยชน์
• ช่วยเผาผลาญไขมันได้ เป็นผลไม้ที่กินแล้วทำให้ร่างกายเกิดความร้อนข้างใน จึงเป็นผลไม้ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน
• ที่มีเนื้อดิบ มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้
• มีโพแทสเซียมสูง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง
ข้อเสีย หรือ ข้อความระวัง
สำหรับข้อเสียนั้นจะมีผลกระทบกับโรคในบางชนิด ดังนี้
• โรคเบาหวาน
• หอบหืด ความดันสูง
• โรคหัวใจ
• โรคไต
เนื่องจากในทุเรียนมีกำมะถันสูงและทุเรียนเป็นผลไม้ที่กินเข้าไปแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย อาจจะทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน หากกินเข้าไปแล้วจะทำให้โรคที่เป็นอยู่จากเบาจะกลายเป็นหนักอาจจถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือถึงแก่ชีวิตได้
นวัตกรรม Zero waste ของเปลือกทุเรียน
• เปลือกทุเรียนสามารถนำไปผลิตเป็น พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) หรือพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic)
• มจธ.ปั้นนวัตกรรมจาก ถ่านเปลือกทุเรียน ดูดซับและกำจัดก๊าซอันตรายในบ้านได้
• เปลือกทุเรียนรีไซเคิลเป็น พลาสเตอร์ยา โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางของสิงคโปร์ (NTU)
• น้ำยาซักฟอกจากเปลือกทุเรียน เป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่น่าทึ่งของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
เห็นไหมว่า เปลือกทุเรียนนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ซึ่งในอนาคตอันใกล้นั้น เทคโนโลยีก็จะมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นอีกมากมาย