← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
กิจกรรมส่งเสริมการอ่านห้องสมุดประชาชนอำเภอขามทะเลสอ เรื่อง "Toy Story 5"
📅 2026-06-24 👍 0 🔁 0 💬 0
ถอดบทเรียน "Toy Story 5" บทเรียนที่ 1 "ในวันที่เด็กหยุดเล่น" . เหล่าของเล่นต่างถูกทอดทิ้งไว้ในสวนหลังบ้าน เพราะเด็กๆ ในบ้านเลิกเล่นพวกเขา และใช้เวลาอยู่กับหน้าจอแทน . "เจสซี่" ของเล่นคาวเกิร์ล พยายามจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้น เธอประกาศกร้าวว่า "เธออยากให้โลกนี้ดีขึ้น เด็กควรได้เล่น" . แต่สิ่งที่เจสซี่และเหล่าของเล่นต้องต่อสู้ด้วย คือเทคโนโลยีที่ตอบสนองทุกอย่างได้ดังใจ . "ของเล่น" ทำให้เด็กๆ ต้องใช้พลังของตัวเอง และการลุกขึ้นมาเล่นด้วยตัวเอง ของเล่นเป็นสื่อกลางที่ทำให้จินตนาการ ออกมาโลดแล่นในโลกแห่งความเป็นจริง . แต่เทคโนโลยีทำทุกสิ่งแทนได้ ตอบสนองทุกความต้อง สร้างความสนุกตลอดเวลา ตอบทุกคำถามอย่างไม่มีเบื่อ โดยที่เด็กไม่จำเป็นต้องพยายามคิด หรือลุกขึ้นมาใช้พลังแห่งวัยเยาว์ที่มีเลย . เจสซี่ได้ชวนเหล่าของเล่นเทคโนโลยีมาเล่นกับเด็กหญิง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าการเล่นที่เกิดขึ้นนั้นสนุกอย่างน่าเหลือเชื่อ . เพราะการเล่นเกม ไม่เหมือนการเล่นอิสระ และไม่เหมือนการเล่นบทบาทสมมติ (Make-Believe) เพราะการเล่นเกม ฝ่ายเทคโนโลยีเป็นผู้สร้างการเล่น แต่การเล่นอิสระและบทบาทสมมติ เด็กเป็นฝ่ายสร้างการเล่น . แม้การเล่นเกมจะสร้างความสนุก แต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นใหม่ แต่การเล่นอิสระสดใหม่และเต็มไปด้วยพลังเสมอ . ********** . ถ้าเด็กๆ ไม่ได้เล่น เด็กๆ คงข้ามบันไดพัฒนาการขั้นที่สำคัญมากๆ ไป นั่นคือ "การเล่นตามจินตนาการ" เพื่อพัฒนาความคิดเชิงนามธรรม ซึ่งนำไปสู่การเข้าใจเหตุผล การเข้าใจตัวเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ . วัยเยาว์ของเด็กๆ คงไม่ต่างอะไรกับวัยอื่นๆ สุดท้ายเด็กต้องโตขึ้นเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตอยู่ดี แต่วัยเด็กไม่มีวันย้อนกลับมา . ถ้าเราจะยื่นเทคโนโลยีให้เด็กๆ ไม่ต้องรีบร้อน เพราะไม่ว่าอย่างไร เด็กๆ เรียนรู้และปรับตัวได้ทันอยู่ดี . ********** . "อย่ากลัวที่จะให้เด็กๆ ได้เจอกับความเบื่อ เพื่อให้หัวใจและสมองของเด็กๆ ได้นำทาง ให้ร่างกาย แขนขา นิ้วมื้อน้อยๆ ได้ทำงาน นำพาพวกเขาออกเดินทางและเติบโต เด็กจำเป็นต้องเล่นและเล่นตอนนี้" "ทำไมเด็กต้องเล่นอิสระ?" การเล่นไม่ได้ต้องหมายถึงแค่การเล่นของเล่น การเล่นสนุก การเล่นเกม การวิ่งเล่น แต่ความหมายที่แท้จริงสำหรับของการเล่นของเด็ก คือ "สิ่งใดก็ตามที่ฉันทำ เพราะฉันสนใจและอยากทำ" . การเล่นอิสระที่แท้จริงจึงเกิดขึ้นเมื่อเด็กเบื่อ และพยายามคิดหว่าวิธีแก้เบื่อ เมื่อนั้นการเล่นได้เกิดขึ้น . ที่สำคัญผู้ใหญ่ต้องหยุดคิดแทน และบอกเด็กว่า "เขาต้องทำอะไร" . ********** . "ความสำคัญของการเล่นอิสระ" (1) "การเล่นคือการสำรวจโลกของเด็ก" การสำรวจสิ่งต่างๆ นำไปสู่การรับรู้ตัวเอง . เมื่อเด็กรู้ว่า สิ่งต่างๆ เป็นเช่นไร มีความแตกต่างกันอย่างไร ทำให้เขาได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเท่านั้น . เด็กได้เรียนรู้ว่าเขาชอบอะไร เช่น -ถ้ามีของเล่นมากมาย เด็กเลือกเล่นในสิ่งที่เขาสนใจ "ฉันชอบเล่นรถ เพราะมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ตุ๊กตากับสีไม้น่าเบื่อเกินไปสำหรับฉัน" . เด็กได้เรียนรู้ว่าเขาไม่ชอบอะไร เช่น -พื้นทรายเปียก กับ พื้นทรายแห้งต่างกัน "ตัวฉันชอบพื้นทรายแบบแห้งมากกว่า เพราะฉันไม่ชอบอะไรที่เฉอะแฉะ" . *** . (2) "การเล่นทำให้เขาเรียนรู้ว่าวัตถุมีอยู่จริง (Object permanence) สู่การรับรู้ตัวเองและผู้อื่น" . แม้ไม่อยู่ในสายตา สิ่งนั้นไม่ได้หายไปจากโลก นำไปสู่การที่คนก็มีอยู่จริง "พ่อแม่มีอยู่จริง" พ่อแม่ส่งเขาที่โรงเรียนแล้วกลับบ้านไป พ่อแม่ไม่ได้หายไปจากโลกใบนี้ . การเล่นที่ช่วยให้เด็กๆ รับรู้ว่าวัตถุมีอยู่จริง ได้แก่ การเล่นจ๊ะเอ๋ (Peek-a-boo) ในเด็กเล็ก และการเล่นซ่อนแอบ (Hide and seek) ในเด็กที่โต . เมื่อรับรู้ตัวเองและพ่อแม่ เด็กพัฒนาการเล่นไปสู่การเล่นกับเพื่อน ทักษะทางสัมคมจึงก่อตัว -สบตา มองเห็น รับรู้ กันและกัน -สื่อสาร พูดคุย รับฟัง ประนีประนอม -ลดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และใส่ใจ . *** . (3) "เด็กได้เรียนรู้การแก้ปัญหาแรกในชีวิตจากการเล่น" . สำหรับเด็กปัญหาแรกๆ ที่เขาเจอและเขาอยากแก้มัน เช่น - เปิดฝาแป้งโดว์ไม่ออก - เทน้ำยังไงไม่ให้กระฉอกออกจากแก้ว - สร้างภูเขาทรายสูงยังไงไม่ให้ถล่ม . ไปจนถึงปีนต้นไม้อย่างไรดีถึงจะไปถึงยอดไม้ได้ หากเด็กไม่เคยเผชิญปัญหาเล็กๆ เขาจะขาดโอกาสในการคิดแก้ปัญหา . *** . (4) "เด็กได้พัฒนาการเชื่อมโยงและแผ่ขยายข้อมูล" . ตัวอย่าง เด็กเข้าใจรูปทรงสี่เหลี่ยม ผ่านการเล่น "บล็อกไม้สี่เหลี่ยม" นำไปสร้างบ้าน ตึก ถนน และอะไรได้มากมาย . *** . (5) "การเล่นทำให้เด็กได้เปลี่ยนถ่ายนามธรรมสู่รูปธรรม" . จินตนาการได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการเล่น เช่น - บ้านหลังเเรกในชีวิตของเขาอาจจะสร้างโดยบล็อกไม้ - รถคันแรกที่เขาอยากขับ เป็นรถที่ทำจากกล่องลัง - สร้อยเส้นแรกทำมาจากหลอดร้อยใส่ไหมพรม . ********** . หน้าที่สำคัญตามพัฒนาการของเด็กคือการเล่น และการเล่นที่ดีคือการเล่นที่ปราศจาการการชี้นำ ให้เขาได้ใช้จินตนาการนำทางและเล่นอย่างเต็มที่ ภายใต้ขอบเขต "กฎ 3 ข้อ" -ไม่ทำร้ายตัวเอง -ไม่ทำร้ายผู้อื่น -ไม่ทำลายข้าวของ . หน้าที่ของผู้ใหญ่คือการเป็นพื้นที่ปลอดภัย และจัดเตรียมพื้นที่ให้เด็กๆ เล่น 1. สถานที่ให้ปลอดภัย พร้อมเล่น พร้อมเลอะ โดยที่เราไม่ต้องคอยห้ามหรือจำกัดเด็กๆ เกินไป 2. วัสดุ อุปกรณ์ที่เหมาะกับวัยให้เขาเลือกใช้ . การเล่นไม่ควรจำกัดอยู่ที่ของเล่น แต่การเล่นควรหมายรวมถึงการสร้างสิ่งต่างๆ ตามจินตนาการของเด็ก ได้แก่ - ของเล่นที่ไม่สำเร็จรูป (Free form) เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อต่างๆ ดินนำมัน - ของเล่นจากธรรมชาติ ทราย ดิน หิน ใบไม้ กิ่งไม้ - Loose parts หรือ วัสดุต่างๆ เช่น ห่วง ไม้ไอศกรีม ผ้า ฝาขวด ขวดพลาสติก และอื่นๆ . บางครั้งเราพบว่าเด็กบางคนชอบเล่นในกล่องลัง มากกว่าบ้านพลาสติกราคาแพงเสียอีก ที่สำคัญ เด็กวัย 0-6 ปี ผู้ใหญ่ควรดูแลใกล้ชิดและ ค่อยๆ เขยิบถอยห่างลง ให้เด็กเล่นในสายตาเพื่อความปลอดภัย . ********** . ถ้าเด็กๆ หยุดเล่น พวกเขาได้หยุดเป็นเด็ก เมื่อเด็กไม่ได้เป็นเด็กในวัยเยาว์ แม้จะเติบโตต่อไปในวัยต่อไปได้ แต่บางสิ่งในชีวิตที่สำคัญคงสูญหายไป และสั่งนั้นอาจจะทำให้เขาต้องกลับมาพยายาม เติมเต็มตัวเองในอนาคต . เด็กทุกคนเป็นเด็กได้เพียงครั้งเดียว วัยเยาว์ผ่านไปแล้วผ่านเลย "เด็กต้องเล่นเดี๋ยวนี้" ขอบคุณข้อมูล : ตามใจนักจิตวิทยา จัดทำโดย : ห้องสมุดประชาชนอำเภอขามทะเลสอ
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว