← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
กิจกรรมส่งเสริมการอ่านห้องสมุดประชาชนอำเภอขามทะเลสอ เรื่อง "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก"
📅 2026-06-26 👍 0 🔁 0 💬 0
ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา เนื่องในโอกาสพระชนมายุ ๙๙ พรรษา ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เกล้ากระหม่อนฉัน ผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากร สกร.ระดับอำเภอขามทะเลสอ · สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๒๐ แห่งอาณาจักรรัตนโกสินทร์ นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกในรัชกาลที่ ๑๐ พระนามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๗๐ ณ บ้านเลขที่ ๒๘ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี พระชนกมีนามว่า นับ ประสัตถพงศ์ (สกุลเดิมแซ่ตั๊ง) เป็นผู้มีเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว ประกอบอาชีพค้าขาย พระชนนีมีนามว่า ตาล ประสัตถพงศ์ (สกุลเดิมวรกี) เป็นสตรีชาวไทยเชื้อสายพื้นเมือง ครอบครัวมีฐานะปานกลาง มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ทรงเป็นบุตรคนที่ ๒ จากพี่น้องทั้งหมด ๙ คน ด้วยความที่ครอบครัวมีบุตรมาก และต้องการแบ่งเบาภาระในการดูแล จึงได้รับการอุปการะในช่วงต้นวัย จากนาวาอากาศโท ทรัพย์ วรกี ลุงฝ่ายมารดา ซึ่งรับราชการทหารในกองทัพอากาศที่จังหวัดลพบุรี ทำให้พระองค์ได้ย้ายไปพำนักและเข้ารับการศึกษา ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ ณ โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ ๔ ตำบลโคกกะเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ต่อมาเมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ พระองค์ได้ย้ายกลับมายังบ้านเกิด เพื่อศึกษาต่อ ณ โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลู ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบางป่า อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ในปี ๒๔๘๐ ปี ๒๔๘๓ ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ๙ พฤษภาคม ๒๔๙๑ ทรงเข้าพิธีอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ปี ๒๔๙๓ สามารถสอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค ปี ๒๕๐๐ พระองค์ได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ ๕ จบศาสนศาสตรบัณฑิต และทรงเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี ๒๕๑๒ ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี พระกรณียกิจด้านการปกครองคณะสงฆ์ ปี ๒๕๓๑ - ๒๕๕๐ เจ้าคณะภาค ๑๔-๑๕ (ธรรมยุต) ปี ๒๕๓๙ - ๒๕๕๒ กรรมการมหาเถรสมาคม ปี ๒๕๕๐ - ๒๕๖๐ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔-๑๕ (ธรรมยุต) ปี ๒๕๕๑ - ปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ปี ๒๕๕๒ - ๒๕๖๐ กรรมการมหาเถรสมาคม (โดยตำแหน่ง) ปี ๒๕๖๐ - ปัจจุบัน เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ปี ๒๕๖๐ - ปัจจุบัน ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ลำดับพระสมณศักดิ์ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๔ พระปริยัติกวี ๕ ธันวาคม ๒๕๒๔ พระราชสารสุธี ๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ พระเทพเมธาภรณ์ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๘ พระธรรมเมธาภรณ์ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ พระสาสนโสภณ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศร ปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒน พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ดำรงพระยศถึงปัจจุบัน (๙ ปี ที่มาข้อมูล : มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม จัดทำโดย : ห้องสมุดประชาชนอำเภอขามทะเลสอ
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว