← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
ห้องสมุดประชาชนอำเภอประทาย จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่านสื่อออนไลน์ ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2569
📅 2026-07-08 👍 0 🔁 0 💬 0
“เพชรสังฆาต” (Cissus quadrangularis L.) เป็นสมุนไพรที่ถูกใช้ในศาสตร์การแพทย์โบราณ เช่น อายุรเวทและตำราแพทย์แอฟริกา มานานหลายศตวรรษ โดยเฉพาะในเรื่องการรักษากระดูกหัก มีการศึกษาและพบว่ามีคุณสมบัติที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูกระดูกที่น่าสนใจ ดังนี้: 1. ส่งเสริมการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblasts) - ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมกระดูกที่หักให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว 2. เพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูก - เช่น แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก 3. มีส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกระดูก - มีแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และ สารมิวโคโพลีแซกคาไรด์ (Mucopolysaccharide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อน น้ำไขข้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน 4. ช่วยสร้างคอลลาเจนและเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด - ด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือดและเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ 5. มีสารออกฤทธิ์ธรรมชาติคล้ายสเตียรอยด์ - เช่น β-sitosterol, daucosterol, ketosteroids ซึ่งมีฤทธิ์ลดอักเสบและบรรเทาอาการปวด ปัจจุบัน มีงานวิจัยที่สนับสนุนประสิทธิภาพของ เพชรสังฆาต (Cissus quadrangularis) ในการส่งเสริมการรักษาอาการกระดูกหักและบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ทั้งในรูปแบบการพอกทาและการรับประทาน โดยผลการวิจัยพบว่า 1. เร่งการสมานกระดูก - ช่วยให้กระดูกต่อติดไวขึ้นกว่าปกติประมาณ 2-3 สัปดาห์ - ลดอาการปวด บวม และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น 2. เพิ่มความแข็งแรงของกระดูกที่ร้าว - ในกรณีที่กระดูกร้าว การรับประทานเพชรสังฆาตช่วยเพิ่มค่าความต้านทานแรงดึงของกระดูกจนกลับมาใกล้เคียงความแข็งแรงปกติภายใน 6 สัปดาห์ 3. เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก - มีผลช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis) 4. ลดอาการอักเสบและฟื้นฟูเร็วขึ้น - ช่วยลดอาการอักเสบ ปวด และบวมจากกระดูกหักหรือร้าว ทำให้การฟื้นตัวในช่วงหลังกระดูกติดสมบูรณ์เร็วขึ้น 🔬ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้เพชรสังฆาตในการบำรุงรักษากระดูกและการรักษาภาวะกระดูกหัก 1. การศึกษาในผู้ป่วยกระดูกหักที่โรงพยาบาลในอินเดีย - จำนวนผู้ป่วย: 100 ราย - การรักษา: ให้เพชรสังฆาตวันละ 1000 มิลลิกรัม 🔻 ผลลัพธ์: - คะแนนความเจ็บปวดเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) - การสมานกระดูกที่ 6 สัปดาห์ (34% VS 8%) - การสมานกระดูกที่ 12 สัปดาห์ (78% VS 40%) - การสมานกระดูกที่ 16 สัปดาห์ (94% VS 88%) 2. การศึกษาผู้ป่วยขากรรไกรล่างหัก ▪️ ตัวอย่างที่ 1: - จำนวน: 60 ราย - การรักษา: กลุ่มที่ 1 ได้รับผงเพชรสังฆาต 600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง กลุ่มที่ 2 ได้รับยาหลอก 🔻 ผลลัพธ์: - อาการปวดและบวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ - แรงกัดของฟันเพิ่มขึ้น - ระดับแคลเซียมในเลือดเพิ่มขึ้น ▪️ ตัวอย่างที่ 2: - จำนวน: 11 ราย - การรักษา: เพชรสังฆาต 350 มิลลิกรัมครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง 🔻 ผลลัพธ์: - อาการปวด บวม และตึงหายไปภายใน 1 เดือน ▪️ ตัวอย่างที่ 3: - จำนวน: 5 ราย - การรักษา: เพชรสังฆาต 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 6 สัปดาห์ 🔻 ผลลัพธ์: - อาการปวดและบวมลดลงภายใน 15 วัน - กระดูกสมานกันในวันที่ 21 และติดสมบูรณ์ในวันที่ 45 3. กรณีศึกษาการใช้เพชรสังฆาตในผู้ป่วยกระดูกหัก - ชายอายุ 26 ปี: กระดูกฝ่ามือหัก ใช้เพชรสังฆาตวันละครั้ง ร่วมกับแคลเซียม อาการปวดลดลงใน 7 วัน และกระดูกสมานใน 6 สัปดาห์ - หญิงอายุ 78 ปี: กระดูกมือหัก ใช้เพชรสังฆาต 750 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับแคลเซียม กระดูกสมานใน 21 วัน ติดสมบูรณ์ใน 30 วัน 4. การศึกษาในผู้ป่วยกระดูกปลายแขนหัก - จำนวน: 10 ราย - การรักษา: เพชรสังฆาต 3000 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ชงกับนมวัว นาน 6 สัปดาห์ 🔻 ผลลัพธ์: - ลดอาการปวดและตึง - เร่งการสร้างกระดูกใน 6 สัปดาห์ 5. การศึกษาสำหรับกระดูกบางและกระดูกพรุน - สารสกัดเอทานอลจากเพชรสังฆาต: เพิ่มมวลกระดูกได้เทียบเท่ายา Raloxifen ในการทดลองกับหนู - การศึกษาในสตรีวัยหมดประจำเดือนจำนวน 134 คน - การรักษา: เพชรสังฆาต 1600 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 6 เดือน 🔻 ผลลัพธ์: - เพิ่มมวลกระดูกสันหลังส่วนเอว (L1-L4) - ชะลอการสูญเสียมวลกระดูก - ไม่มีผลข้างเคียงต่อไตและตับ 6. การลดอาการปวดข้อเรื้อรังในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก - จำนวน: 29 คน - การรักษา: เพชรสังฆาต 3200 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 8 สัปดาห์ 🔻 ผลลัพธ์: - ลด WOMAC index (คะแนนอาการปวดข้อ) อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) 🔸ขนาดยาที่ใช้ในงานวิจัย ▪️รักษากระดูกหัก: - 1,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 6-12 สัปดาห์ ▪️กระดูกบางและกระดูกพรุน: - 1,600 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 6 เดือน ▪️ปวดข้อเรื้อรัง: - 3,200 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 8 สัปดาห์
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว