← กลับหน้าแรก เปิดโพสต์ Facebook
photo
ส่งเสริมการอ่าน
ดื่มน้ำน้อยเกินไป
📅 2026-07-20 👍 0 🔁 0 💬 0
การปล่อยให้ผู้สูงอายุ “ดื่มน้ำน้อยเกินไป” เป็นเรื่องที่อันตรายและควรระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่ายกว่าวัยอื่นๆ ด้วยเหตุผลทางสรีรวิทยา เช่น ความรู้สึกกระหายน้ำจะลดลงตามวัย และปริมาณน้ำในร่างกายโดยรวมมีน้อยกว่าคนหนุ่มสาว นี่คือภัยเงียบและผลกระทบจากการดื่มน้ำน้อยในผู้สูงอายุที่คุณควรระวัง: ⚠️ ภัยร้ายและอันตรายจากการดื่มน้ำน้อยในผู้สูงอายุ โรคไตเรื้อรังและไตวายเฉียบพลัน เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ เลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงไตจะมีปริมาณลดลง ส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกรองของเสีย หากปล่อยให้ขาดน้ำเรื้อรัง อาจทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือเร่งให้โรคไตที่เป็นอยู่แย่ลงได้ ทางเดินปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด การดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะมีสีเข้มข้นและขับออกน้อยลง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีในกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) ได้ง่าย และหากปล่อยทิ้งไว้เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ความดันโลหิตต่ำและเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ภาวะขาดน้ำทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง ส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเมื่อลุกขึ้นยืน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ทรงตัวไม่อยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการลุกขึ้นแล้วหน้ามืดล้ม หัวฟาดพื้น หรือกระดูกหัก เลือดข้นหนืด เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง (สโตรก) เมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดจะมีความหนืดและไหลเวียนได้ช้าลง เพิ่มโอกาสการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง ทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต สูงขึ้น ท้องผูกเรื้อรัง ลำไส้ของผู้สูงอายุมีการเคลื่อนไหวช้าลงอยู่แล้ว หากดื่มน้ำน้อย น้ำในอุจจาระจะถูกดูดกลับจนแห้งและแข็ง ทำให้เกิดอาการท้องผูกรุนแรง ขับถ่ายยาก และอาจต้องออกแรงเบ่งมาก ซึ่งส่งผลเสียต่อความดันโลหิตและโรคประจำตัวอื่นๆ สับสน เพ้อ และซึมลง (ภาวะขาดน้ำในสมอง) ในผู้สูงอายุ การขาดน้ำอาจแสดงออกทางสมองและพฤติกรรม เช่น มีอาการสับสน พูดจาวกวน ซึมลง หรือหมดสติ ซึ่งญาติบางท่านอาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคสมองเสื่อม แต่จริงๆ แล้วเกิดจากภาวะขาดน้ำรุนแรง 💡 วิธีป้องกันและดูแลให้ผู้สูงอายุได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวัน: อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม เพราะในผู้สูงอายุสัญญาณเตือนความกระหายทำงานช้าลง แนะนำให้ตั้งแก้วน้ำไว้ใกล้ตัว หรือแบ่งน้ำใส่ขวดเล็กๆ ไว้ให้จิบเรื่อยๆ ทั้งวัน สังเกตสีของปัสสาวะ: ปัสสาวะที่ดีควรมีสีเหลืองอ่อนใส หากมีสีเหลืองเข้มจัดแสดงว่าดื่มน้ำน้อยเกินไป เพิ่มอาหารที่มีน้ำสูง: เสริมมื้ออาหารด้วยผักและผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น แตงโม แคนตาลูป แตงกวา ซุปใส หรือแกงจืด ปรับรสชาติให้น่าดื่ม: หากผู้สูงอายุเบื่อน้ำเปล่า อาจใส่ชิ้นเลมอน ใบสาระแหน่ หรือฝานผลไม้ลงไปในน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มความสดชื่น (หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงหรือคาเฟอีนจัด เพราะจะยิ่งขับน้ำออกทางปัสสาวะ)
© 2026 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา | ระบบรายงานข่าว